อัปเดต วัคซีนโควิดชนิดไหนเหมาะกับใคร? ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร?

วัคซีนโควิดในไทยปัจจุบันที่รัฐจัดหาไว้ให้บริการประชาชนฟรี ได้แก่ วัคซีนโควิดซิโนแวคและวัคซีนโควิดแอสตราเซเนก้า นอกจากนี้ยังเร่งจัดหาวัคซีนโควิดในไทยเพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนจัดหาวัคซีนโควิดยี่ห้ออื่นๆ ด้วยเพื่อเตรียมสำหรับการฉีดวัคซีนโควิดเอกชนต่อไป

เราจึงได้ยินการเอ่ยถึงวัคซีนโควิดโมเดอร์นา วัคซีนโควิดจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และวัคซีนโควิดซิโนฟาร์ม มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งวัคซีนโควิดไฟเซอร์ ไบโอเอ็นเท็ค วัคซีนโควิดสปุตนิก วี วัคซีนโควิดโนวาแวกซ์ และวัคซีนโควิดโควาซิน 

จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีทีท่าจะหยุดยั้ง ภาครัฐและเอกชนจึงเร่งจัดหาวัคซีนโควิดในไทยเพิ่มเติม เพราะยิ่งประชาชนเข้าถึงวัคซีนโควิดได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยได้มากขึ้นเท่านั้น 

อีกทั้งการได้รับวัคซีนโควิดยังจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ หากได้รับเชื้อ

วัคซีนโควิดในไทยที่ อย.ขึ้นทะเบียนแล้ว มีอะไรบ้าง?

ก่อนการประกาศใช้วัคซีนโควิดทุกชนิดในประเทศไทย วัคซีนชนิดนั้นๆ จะต้องเข้ารับการประเมินคุณภาพประสิทธิผล ความปลอดภัย และแผนจัดการความเสี่ยงด้านวัคซีน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน เพื่ออนุมัติทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต่อไป

ปัจจุบัน (ข้อมูลวันที่ 25 มิถุนายน 2564) อย.ได้อนุมัติทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว 6 รายการ ดังนี้

วัคซีนโควิดซิโนแวค (Sinovac)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต บริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บริษัทผู้นำเข้า องค์การเภสัชกรรม (อภ.)
  • เทคโนโลยีการผลิต วัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated Vaccine)
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 51% (ผลการศึกษาเฟส 3 จากบราซิล) และ 67% (ผลการศึกษาเฟส 3 จากชิลี)*
    สำหรับประเทศไทย จากการศึกษาของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ พบว่า ภูมิต้านทานที่เกิดจากการฉีดวัคซีนของซิโนแวคครบ 2 เข็มเป็นเวลา 1 เดือน จะเกิดภูมิต้านทาน ร้อยละ 99.4 ในขณะที่ 4-8 สัปดาห์ หลังติดเชื้อโดยธรรมชาติ ตรวจพบภูมิต้านทานได้ ร้อยละ 92.4*
  • เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอายุ18 ปีขึ้นไป (คำแนะนำประเทศไทย) ล่าสุดจีนได้พบว่า สามารถฉีดให้ผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปที่มีสุขภาพดีได้แล้ว 
  • จำนวนโดส 2 โดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ โดยการฉีดวัคซีนโควิดทั้งสองเข็มต้องเป็นชนิดเดียวกัน
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ อาเจียน ปวดเมื่อเนื้อตัว อักเสบบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย ผื่นขึ้น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน ได้รับการอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) แล้วเมื่อ 1 มิถุนายน 2564 และได้รับอนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้วกว่า 40 ประเทศ
  • สถานะการใช้งานในประเทศไทย เริ่มฉีดตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จากนั้นจึงเริ่มฉีดให้ประชาชนทั่วไปจนถึงปัจจุบัน
วัคซีนโควิดแอสตราเซเนก้า (AstraZeneca)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต บริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) ประเทศสหราชอาณาจักร
  • บริษัทผู้นำเข้า บริษัท สยามไบโอเอนซ์ จำกัด
  • เทคโนโลยีการผลิต ไวรัลเวกเตอร์ (Viral vector vaccines)
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 70.4%*
  • เหมาะสำหรับ กลุ่มเสี่ยง 7 โรคเรื้อรัง และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป (คำแนะนำประเทศไทย)
  • จำนวนโดส 2 โดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 10-12 สัปดาห์
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ เจ็บ ระคายเคือง บวม หรือช้ำบริเวณที่ฉีด รู้สึกอ่อนเพลีย รู้สึกมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (ข้อมูลหลายประเทศพบในผู้มีอายุต่ำกว่า 30-40 ปี)
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน ได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2564 และได้รับอนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้วกว่า 60 ประเทศ
  • สถานะการใช้งานในประเทศไทย เริ่มฉีดเมื่อ 17 มีนาคม 2564
วัคซีนโควิดจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • บริษัทผู้นำเข้า บริษัท แจนเซ่น-ซีแลค จำกัด
  • เทคโนโลยีการผลิต ไวรัลเวกเตอร์ (Viral vector vaccines)
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค มากกว่า 65%*
  • เหมาะสำหรับ ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป (คำแนะนำประเทศไทย)
  • จำนวนโดส 1 โดส
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ ปวด บวม และมีรอยแดง บริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีไข้ และอาการหนาวสั่น คลื่นไส้ ส่วนผลข้างเคียงในการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (TTS) อาจเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์หลังฉีดวีคซีน
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน ได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) เมื่อ 12 มีนาคม 2564 และได้รับอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินแล้วมากกว่า 70 ประเทศ
  • สถานะการใช้งาน คาดการณ์ส่งมอบวัคซีนให้ประเทศไทยภายในไตรมาส 4 พ.ศ.2564 และยังไม่มีประกาศกำหนดการใช้งาน
วัคซีนโควิดโมเดอร์นา (Moderna)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต บริษัทโมเดอร์นา อิงก์ (Moderna INC.) ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • บริษัทผู้นำเข้า บริษัท ซิลลิคฟาร์มา จำกัด
  • เทคโนโลยีการผลิต mRNA vaccines
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 94%*
  • เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปถึงอายุ 60 ปี (คำแนะนำประเทศไทย)
  • จำนวนโดส 2 โดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 3-4 สัปดาห์
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวด บวม บริเวณที่ฉีด
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน ได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) เมื่อ 30 เมษายน 2564 และได้รับอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินแล้วมากกว่า 80 ประเทศ
  • สถานะการใช้งาน  วัคซีนโควิดโมเดอร์นาจัดเป็น “วัคซีนทางเลือก” ซึ่งจะให้บริการสำหรับภาคเอกชนเท่านั้น “ไม่ใช่วัคซีนฟรีจากรัฐบาล” ราคาเข็มละ 1,700 บาท แพ็จเกจละ 3,400 บาท (เป็นอัตราเดียวกันทุกโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการ และเป็นราคาสุทธิที่รวมค่าวัคซีน ค่าบริการและค่าประกันวัคซีนทั้งหมดแล้ว) คาดการณ์ส่งมอบวัคซีนให้ประเทศไทยภายในเดือนตุลาคม พ.ศ.2564 
วัคซีนโควิดซิโนฟาร์ม (Sinopharm) หรือ BBIBP-CorV
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต บริษัทซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บริษัทผู้นำเข้า บริษัท ไบโอเจเนเทค จำกัด
  • เทคโนโลยีการผลิต วัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated virus vaccine)
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 79%*
  • เหมาะสำหรับ ผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (คำแนะนำทั่วไป)
  • จำนวนโดส 2 โดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 28 วัน
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดยา ปวดศีรษะ ปวดเมื่อตามเนื้อตัว รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า มีไข้ หนาวสั่น
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน ได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อ 7 พฤษภาคม 2564 แล้ว (เฉพาะ Beijing Institute of Biological Product หรือ BBIBP-CorV ซึ่งมาจากกรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน)
  • สถานะการใช้งาน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้จัดสรรวัคซีนตัวเลือกนี้เข้ามาโดยในระยะแรกเปิดโอกาสให้กับองค์กร หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้สั่งจองวัคซีนไปแล้วกว่า  779,300 โดส ส่วนประชาชนทั่วไปที่สนใจวัคซีนตัวเลือกนี้ ต้องรอฟังการประกาศจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ต่อไป
วัคซีนโควิดไฟเซอร์ ไบโอเอ็นเทค (Pfizer/ BioNtech)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต บริษัทไฟเซอร์ อิงก์ (Pfizer INC.) ประเทศสหรัฐอเมริกา-เยอรมัน
  • เทคโนโลยีการผลิต mRNA vaccines
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 95%*
  • เหมาะสำหรับ ผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป (คำแนะนำทั่วไป)
  • จำนวนโดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 3-4 สัปดาห์
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวด บวม บริเวณที่ฉีด
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน ได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) เมื่อ 31 ธันวาคม 2563 และได้รับอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินแล้วมากกว่า 85 ประเทศ
  • สถานะการใช้งาน คาดการณ์ส่งมอบวัคซีนให้ประเทศไทยภายใน พ.ศ.2564 และยังไม่มีประกาศกำหนดการใช้งาน
วัคซีนโควิดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ มีอะไรบ้าง?

นอกจากวัคซีนโควิดในไทยที่รัฐเป็นฝ่ายจัดซื้อมาบริการประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแล้วนั้น รัฐยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินการจัดหาวัคซีนโควิดยี่ห้ออื่นๆ ซึ่งจัดเป็น “วัคซีนทางเลือก” มาให้บริการประชาชนได้

ทั้งนี้วัคซีนทางเลือกที่ภาคเอกชนให้ความสนใจนั้นจะเป็นวัคซีนต่างยี่ห้อ หรือมีคุณลักษณะไม่ซ้ำซ้อนกับวัคซีนที่ทางรัฐจัดหา เพื่อให้เป็นวัคซีนทางเลือกอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังต้องเป็นวัคซีนที่สามารถจัดส่งได้ทันภายใน พ.ศ.2564

วัคซีนโควิดสปุตนิก วี (Sputnik V)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต สถาบันวิจัยกาเลมายา (Gamaleya) ประเทศรัสเซีย
  • เทคโนโลยีการผลิต ไวรัลเวกเตอร์ (Viral vector vaccines)
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค มากกว่า 91% (รายงานล่าสุดอยู่ที่ 97.6%)*
  • เหมาะสำหรับ ฉีดได้ในผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และสามารถฉีดในผู้มีอายุเกิน 60 ปีได้ (คำแนะนำทั่วไป)
  • จำนวนโดส 2 โดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ ส่วนใหญ่พบในกลุ่มผู้สูงอายุได้แก่ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดยา ปวดศีรษะ รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) และได้รับอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินแล้ว 64 ประเทศ
  • สถานะการใช้งาน ยังอยู่ในขั้นตอนการยื่นเอกสารเข้ารับการประเมินคุณภาพประสิทธิผล ความปลอดภัย และแผนจัดการความเสี่ยงด้านวัคซีน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน เพื่ออนุมัติทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 
วัคซีนโควิดโนวาแวกซ์ (Novavax)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต บริษัทโนวาแวกซ์ อิงค์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • เทคโนโลยีการผลิต โปรตีนบางส่วนจากไวรัส (Protein-nanoparticle Vaccine)
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค มากกว่า 89%*
  • เหมาะสำหรับ ผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปี – 84 ปี (คำแนะนำทั่วไป)
  • จำนวนโดส 2 โดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก ราว 3 สัปดาห์
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดยา ปวดศีรษะ รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) และเป็นวัคซีนในโครงการโคแวกซ์ (COVAX Facility) นอกจากนี้มีการใช้ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย
  • สถานะการใช้งาน ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับบริษัทผู้ผลิต
วัคซีนโควิดโควาซิน (Covaxin)
  • บริษัทและประเทศผู้ผลิต สถาบันไวรัสวิทยาแห่งชาติอินเดีย (NIV) สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งประเทศอินเดีย (ICMR) และ บริษัทภารัต ไบโอเทค (Bharat Biotech) ประเทศอินเดีย
  • เทคโนโลยีการผลิต วัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated virus vaccine)
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 78%*
  • เหมาะสำหรับ ผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป (คำแนะนำทั่วไป) และอยู่ระหว่างการทดลองใช้ในเด็กอายุ 2-18 ปี
  • จำนวนโดส 2 โดส โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 4 สัปดาห์
  • อาการไม่พึงไประสงค์ หรือผลข้างเคียงที่อาจพบ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดยา ปวดศีรษะเล็กน้อย รู้สึกอ่อนเพลีย ผะอืดผะอม คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่นแดงขึ้น
  • การรับรองมาตรฐานและความแพร่หลายของวัคซีน อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติทะเบียนให้สามารถใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing: EUL) โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้มีการใช้กว่า 41 ประเทศทั่วโลก 
  • สถานะการใช้งาน อยู่ระหว่างการยื่นเอกสารประเมินวัคซีนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีนอย่างถูกต้องต่อไป

ลงทะเบียนวัคซีนโควิดฟรี

วัคซีนโควิดในไทยเป็นหนึ่งในวิธีควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ จึงขอเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนโควิดฟรีที่ภาครัฐจัดให้ ให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครอายุตั้งแต่ 18-59 ปี ที่ไม่ได้เป็น 7 กลุ่มโรคเสี่ยง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ลงทะเบียนผ่าน 3 ช่องทางต่อไปนี้ 

นอกจากนี้ยังสามารถให้บุคคลในครอบครัวลงทะเบียนได้ผ่าน www.ไทยร่วมใจ.com ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ลงทะเบียนแทน โดยระบบบจะส่ง SMS แจ้งเตือนตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน

สอบถามการลงทะเบียน ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1516 ระหว่างเวลา 08.00 – 20.00 น. ของทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 64 เป็นต้นไป

ช่วงนี้บางคนก็อาจยังไม่ถึงคิวลงทะเบียนรับวัคซีนโควิดฟรี หรือยังไม่ถึงคิวฉีดวัคซีนโควิด ดังนั้นเราทุกคนยังควรป้องกันตนเองจากโรคโควิด 19 และช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการดูแลตนเองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น การสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หมั่นล้างมืออย่างถูกวิธีให้บ่อยครั้งด้วยสบู่ เจลล้างมือ หรือเจลแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70%

พยายามรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี ลดการเดินทางออกนอกบ้านให้มากที่สุด หากจำเป็นไม่ควรเดินทางไปในที่แออัด พยายามรักษาระยะห่างทางสังคม

นอกจากนี้แม้ว่าจะได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว หรืออยู่ระหว่างกระบวนการรับวัคซีนให้ครบโดส ก็ยังต้องดูแลตนเองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัดเช่นกัน 

ที่มา : HDmall